AI กำลังเข้ามามีบทบาทในห้องเรียนมากขึ้น แต่การนำ AI มาใช้ในการศึกษาไม่ได้จบอยู่ที่การเลือกแพลตฟอร์มหรือสอนให้นักเรียนใช้งานเครื่องมือเท่านั้น สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ครูเข้าใจเทคโนโลยีอย่างไร ต้องการให้นักเรียนเรียนรู้อะไร และจะออกแบบกิจกรรมอย่างไรให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีเพื่อคิด ออกแบบ และแก้ปัญหาได้จริง
CiRA-Core เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้นักเรียนเรียนรู้การใช้ปัญญาประดิษฐ์ควบคู่กับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม หรือ Engineering Design Process (EDP) ผู้เรียนสามารถทำความเข้าใจแนวคิด AI แบบการเรียนรู้เชิงลึก หรือ Deep Learning ซึ่งทำงานคล้ายกับโครงข่ายประสาทของมนุษย์ ก่อนนำความรู้ไปใช้สร้างวิธีแก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ

ในประเทศไทยมีการนำ CiRA-Core ไปใช้กับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาผ่านการศึกษาค้นคว้าอิสระ โดยใช้กระบวนการตรวจจับภาพเพื่อพัฒนาผลงาน เช่น การคัดแยกเมล็ดกาแฟ การตรวจจับใบหน้าแทนการเช็กชื่อนักเรียน และการวิเคราะห์จำแนกอาหาร กิจกรรมเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้จากหลายศาสตร์เข้ากับปัญหาในชีวิตจริง และตรวจสอบว่าวิธีแก้ปัญหาที่ออกแบบขึ้นสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

จากผู้ใช้เทคโนโลยีสู่ผู้สร้างและผู้แก้ปัญหา
ความท้าทายของการนำ CiRA-Core เข้าสู่ห้องเรียนอยู่ที่การเตรียมครูให้สามารถออกแบบการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้เทคโนโลยีจึงควรพัฒนาไปไกลกว่าการใช้เป็นสื่อประกอบการสอน โดยเปิดพื้นที่ให้นักเรียนเป็นผู้สร้างชิ้นงานและแก้ปัญหาด้วย AI
เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้ มีการเปรียบเทียบมุมมองของครูสองกลุ่มที่มีบทบาทและประสบการณ์ใช้ CiRA-Core ต่างกัน ได้แก่ ครูผู้พัฒนา 17 คน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้นำและผู้อำนวยความสะดวกในการใช้แพลตฟอร์ม และมีประสบการณ์ใช้ CiRA-Core อย่างน้อย 12 เดือน กับครูผู้ใช้ 69 คน ซึ่งเข้าร่วมการอบรมและมีประสบการณ์ใช้แพลตฟอร์มก่อนการอบรมน้อยกว่า 3 เดือน
การศึกษาใช้การวิจัยเชิงคุณภาพแบบพหุกรณีศึกษา เก็บข้อมูลผ่านแบบสอบถามปลายเปิดออนไลน์ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านสะเต็มศึกษา 3 คน คำถามครอบคลุมภูมิหลังในการสอนด้วยเทคโนโลยี เป้าหมายและข้อจำกัดในการจัดการเรียนรู้ รวมถึงการจัดการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับ AI จากนั้นจึงวิเคราะห์คำตอบและจัดกลุ่มมุมมองออกเป็น 3 ด้าน คือ ธรรมชาติของการบูรณาการเทคโนโลยี จุดมุ่งหมายของการบูรณาการเทคโนโลยี และหน้าที่ของเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้
ครูมองธรรมชาติของเทคโนโลยีอย่างไร
ธรรมชาติของการบูรณาการเทคโนโลยีครอบคลุมการมองว่าเทคโนโลยีเป็นกระบวนการที่มีเป้าหมาย ต้องอาศัยทักษะการคิด เชื่อมโยงความรู้ข้ามศาสตร์ มีความสัมพันธ์กับบริบทของสังคม และอาจเกิดข้อผิดพลาดระหว่างการใช้งานได้
ครูผู้ใช้มองว่า CiRA-Core สามารถนำไปใช้ในห้องเรียนจริงและเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมเข้าด้วยกัน การทำงานกับเทคโนโลยีจึงสัมพันธ์กับการบูรณาการความรู้จากหลายศาสตร์ เพื่อทำความเข้าใจปัญหาและออกแบบแนวทางแก้ไข
อย่างไรก็ตาม ครูทั้งสองกลุ่มไม่ได้กล่าวถึงความผิดพลาดของเทคโนโลยีผ่านการใช้แพลตฟอร์มมากนัก สาเหตุอาจมาจากการมองว่า CiRA-Core ได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งาน หรือครูยังไม่พบข้อผิดพลาดระหว่างใช้งาน แม้เช่นนั้น ความผิดพลาดยังเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานกับเทคโนโลยีที่ครูควรตระหนักเมื่อนำเครื่องมือเข้าสู่ห้องเรียน
เมื่อพิจารณาภาพรวม มุมมองด้านธรรมชาติของเทคโนโลยีเป็นด้านที่ครูผู้พัฒนาและครูผู้ใช้มีความแตกต่างกันโดยเฉลี่ยมากที่สุด จึงเป็นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญในการพัฒนาครู
เป้าหมายของการนำ CiRA-Core มาใช้ในห้องเรียน
การบูรณาการเทคโนโลยีมีเป้าหมายหลายด้าน ตั้งแต่การเชื่อมโยงเทคโนโลยีกับสถานการณ์จริงและสะเต็มศึกษา การสนับสนุนชั้นเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ การสร้างความเท่าเทียมในห้องเรียน การพาผู้เรียนไปสู่การสร้างนวัตกรรม ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์เรียนรู้เกี่ยวกับ AI และพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21
ประเด็นที่ครูทั้งสองกลุ่มมีมุมมองแตกต่างกันมากที่สุดคือ การใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับการจัดการเรียนรู้วิถีใหม่ หรือ New Norm Teaching โดยมีความแตกต่าง 47.31% ครูผู้พัฒนามองเห็นบทบาทของแพลตฟอร์มในด้านนี้มากกว่าครูผู้ใช้ โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้นักเรียนเรียนรู้ AI และใช้แพลตฟอร์มออกแบบวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับสถานการณ์
ความแตกต่างนี้สะท้อนว่าครูผู้ใช้อาจยังต้องพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถนำ CiRA-Core ไปใช้ได้มากกว่าการเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือ และมองเห็นความเป็นไปได้ของการออกแบบประสบการณ์เรียนรู้รูปแบบใหม่
ส่วนประเด็นที่ครูทั้งสองกลุ่มมีมุมมองใกล้เคียงกันมากที่สุดคือ การใช้ CiRA-Core เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียนแห่งศตวรรษที่ 21 ครูทั้งสองกลุ่มมีประสบการณ์ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยวิธีที่หลากหลายอยู่แล้ว จึงสามารถเชื่อมโยงแพลตฟอร์มเข้ากับการออกแบบกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ได้
เทคโนโลยีทำหน้าที่อะไรในการเรียนรู้
การบูรณาการเทคโนโลยีในห้องเรียนสามารถทำหน้าที่ได้หลายแบบ ทั้งการเป็นเนื้อหาและความรู้ที่ใช้ในการสอน การพัฒนาการคิดทางเทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรม การสนับสนุนกระบวนการออกแบบทางเทคโนโลยี การขับเคลื่อนนวัตกรรมและ AI รวมถึงการจัดการข้อมูล
ครูผู้พัฒนามีมุมมองในแต่ละด้านสูงกว่าครูผู้ใช้เล็กน้อย ยกเว้นด้านกระบวนการออกแบบทางเทคโนโลยี ซึ่งครูผู้ใช้มีมุมมองสูงกว่าเล็กน้อย สาเหตุหนึ่งคือกระบวนการออกแบบทางเทคโนโลยีมีขั้นตอนที่ชัดเจนและสามารถนำไปใช้จัดกิจกรรมในห้องเรียนได้ ครูผู้ใช้จึงอาจมองเห็นแนวทางนำกระบวนการนี้ไปเชื่อมกับการพัฒนาความฉลาดรู้ทางเทคโนโลยีของนักเรียนได้ง่าย
การออกแบบกิจกรรมในลักษณะนี้ยังช่วยให้นักเรียนเข้าใจว่าเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ และทำงานอยู่ภายใต้บริบททางวัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้ผ่าน CiRA-Core จึงสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตและสังคมรอบตัวของผู้เรียนได้อย่างมีความหมาย
ก่อนใช้ AI ครูต้องมีเป้าหมายร่วมกัน
การพัฒนาครูควรให้ความสำคัญกับความเข้าใจเรื่องธรรมชาติของเทคโนโลยี เพื่อให้ครูออกแบบการสอนที่บูรณาการเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม ครูควรเข้าใจว่าเทคโนโลยีมีกระบวนการ มีเป้าหมาย เชื่อมโยงกับบริบททางสังคม และอาจเกิดข้อผิดพลาดได้
การอบรมควรตรวจสอบความสอดคล้องของมุมมองระหว่างครูผู้พัฒนาและครูผู้ใช้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะความเข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายของการใช้ CiRA-Core ทุกฝ่ายควรมองเห็นตรงกันว่าแพลตฟอร์มนี้มีบทบาทในการสร้างการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนคิด ออกแบบ และแก้ปัญหาได้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างความสนุกหรือเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับห้องเรียน
เมื่อครูมีความเข้าใจร่วมกัน CiRA-Core จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างครูกับ AI และช่วยเปิดพื้นที่ให้นักเรียนเปลี่ยนจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่ผู้สร้างและผู้แก้ปัญหาโดยใช้ความรู้จากหลายศาสตร์ร่วมกัน
อ้างอิง
Jomtarak, R., Faikhamta, C., Prasoplarb, T., & Lertdechapat, K. (2024). CiRA-Core: The Connector for Developer Teachers and User Teachers to Artificial Intelligence. In S. K. S. Cheung et al. (Eds.), Technology in Education: Innovative Practices for the New Normal (Communications in Computer and Information Science, Vol. 1974, pp. 13–19). Springer. https://doi.org/10.1007/978-981-99-8255-4_2