การจัดการศึกษาในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงให้นักเรียน “จำความรู้” ได้ แต่ต้องการให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ คิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา ตั้งคำถาม และสร้างความเข้าใจด้วยตนเอง โดยเฉพาะในวิชาวิทยาศาสตร์ที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ด้านเนื้อหาและกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “ครูจะสอนเนื้อหาอย่างไร” เพียงอย่างเดียว แต่คือ ครูจะออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้นักเรียนได้คิดขั้นสูงอย่างแท้จริง
งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพที่ส่งเสริมสมรรถนะของครูวิทยาศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้ในเนื้อหาเฉพาะที่เน้นการคิดขั้นสูง” ได้ศึกษาประเด็นนี้ผ่านแนวคิด ชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพ หรือ PLC (Professional Learning Community) โดยทำงานร่วมกับครูวิทยาศาสตร์จำนวน 10 คนจาก 3 โรงเรียน และเก็บข้อมูลผ่านการสังเกต การสัมภาษณ์ และแผนการจัดการเรียนรู้เป็นระยะเวลา 6 เดือน
PLC ไม่ใช่แค่การประชุมครู แต่คือการเรียนรู้ร่วมกัน
หัวใจของ PLC คือการเปิดพื้นที่ให้ครูได้ ร่วมกันคิด ร่วมกันวางแผน ทดลองใช้ สังเกตผล และสะท้อนการจัดการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การเรียนรู้ของนักเรียน

งานวิจัยพบว่า การทำ PLC ที่มีประสิทธิภาพควรช่วยให้ครูเปลี่ยนมุมมองจากการพิจารณาเพียงว่า “ครูสอนได้ดีหรือไม่” ไปสู่การตั้งคำถามว่า “นักเรียนเรียนรู้อย่างไร และมีหลักฐานอะไรที่แสดงว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้”
ตัวอย่างเช่น หลังการจัดกิจกรรม ครูอาจร่วมกันพิจารณาว่า นักเรียนคนใดสามารถคิดวิเคราะห์ได้ดี นักเรียนคนใดยังมีปัญหา และพฤติกรรมหรือผลงานของนักเรียนมีหลักฐานอะไรที่ช่วยยืนยันข้อสังเกตเหล่านั้น
แนวทางนี้ทำให้การพูดคุยของครูไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่เป็นการใช้ หลักฐานจากการเรียนรู้ของนักเรียน มาช่วยพัฒนาการสอน
การศึกษาบทเรียนร่วมกัน ช่วยให้ครูพัฒนาการสอนได้จริง
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่งานวิจัยนำมาใช้คือ การศึกษาบทเรียนร่วมกัน (Lesson Study) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ครูร่วมกันพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ ทดลองนำไปใช้ สังเกตการเรียนรู้ของนักเรียน และนำผลที่ได้กลับมาสะท้อนและปรับปรุงแผนการสอน
ทั้ง 3 โรงเรียนในงานวิจัยเลือก “การคิดวิเคราะห์” เป็นประเด็นสำคัญในการพัฒนานักเรียน เพราะมองว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการคิดขั้นสูงที่สามารถนำมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกครูบางส่วนยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของการคิดวิเคราะห์ไม่ลึกพอ ทำให้การออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ทำได้ยาก
ดังนั้น ก่อนออกแบบกิจกรรม ครูจึงควรทำความเข้าใจร่วมกันว่า ต้องการให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้อะไร นักเรียนควรแสดงพฤติกรรมแบบใด และจะใช้หลักฐานอะไรในการดูว่านักเรียนเกิดการคิดตามเป้าหมายหรือไม่
ครูต้องมีทั้งความรู้และความเข้าใจวิธีสอน
งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า สมรรถนะของครูในการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดขั้นสูงไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ภูมิหลังและความรู้ด้านการสอนวิทยาศาสตร์ของครู
ครูที่มีพื้นฐานด้านการสอนวิทยาศาสตร์โดยตรงมีความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์และการคิดแบบนักวิทยาศาสตร์มากกว่า ขณะที่ครูที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการสอนวิทยาศาสตร์โดยตรงอาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาความเข้าใจเหล่านี้เพิ่มเติม
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า PLC ควรเป็นพื้นที่ที่ช่วย ลดช่องว่างด้านความรู้และประสบการณ์ของครู โดยเปิดโอกาสให้ครูที่มีพื้นฐานแตกต่างกันได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน
จุดที่ครูยังต้องพัฒนา คือ “การประเมินการคิดขั้นสูง”
แม้หลังเข้าร่วม PLC ครูส่วนใหญ่จะมีสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการคิดขั้นสูงในระดับสูงขึ้น แต่ประเด็นที่ยังเป็นข้อจำกัดคือ เป้าหมายของการประเมินและวิธีการประเมิน
งานวิจัยพบว่าครูยังมีแนวโน้มใช้ การประเมินรวบยอด (Summative Assessment) เป็นการประเมินหลัก และยังให้ความสำคัญกับ การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment) เพื่อดูพัฒนาการด้านการคิดขั้นสูงของนักเรียนไม่มากนัก
ดังนั้น การพัฒนา PLC จึงไม่ควรเน้นเฉพาะการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ แต่ควรช่วยให้ครูสามารถตอบคำถามสำคัญได้ด้วยว่า
- นักเรียนต้องเรียนรู้อะไร?
- นักเรียนควรแสดงการคิดอย่างไร?
- ครูจะสังเกตการคิดของนักเรียนได้จากอะไร?
- หลักฐานใดแสดงว่านักเรียนบรรลุเป้าหมาย?
- หากนักเรียนยังคิดไม่ได้ตามเป้าหมาย ครูควรปรับการสอนอย่างไร?
PLC ที่ดีควรขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง
จากผลการวิจัย ชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพที่มีประสิทธิภาพควรสร้างวัฒนธรรมที่ประกอบด้วย ความร่วมมือ ความไว้วางใจ การแบ่งปันบทบาท และการเปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม
ในช่วงแรก ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้อำนวยความสะดวกอาจมีบทบาทในการช่วยกำหนดเป้าหมายและสร้างความเข้าใจร่วมกัน แต่เมื่อชุมชนมีความเข้มแข็งมากขึ้น บทบาทดังกล่าวควรลดลง และเปิดโอกาสให้ครูสมาชิกสามารถขับเคลื่อน PLC ได้ด้วยตนเอง
สิ่งสำคัญคือ PLC ไม่ควรเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราวแล้วจบลง แต่ควรเป็น กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการสอนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ผลการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นข้อมูลย้อนกลับในการปรับปรุงการสอน
สรุป
การพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการคิดขั้นสูง ไม่ได้เกิดจากการอบรมเพียงครั้งเดียว แต่ต้องอาศัยกระบวนการที่ครูได้ เรียนรู้ร่วมกัน ทดลองใช้จริง สังเกตนักเรียน ใช้หลักฐาน และสะท้อนผลการสอน

PLC จึงเป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้ครูพัฒนาสมรรถนะได้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะเมื่อผสานเข้ากับการศึกษาบทเรียนร่วมกันและการสะท้อนคิดหลังการสอน
สำหรับครู สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การถามเพียงว่า “วันนี้ฉันสอนอะไรไปบ้าง?” แต่ควรเพิ่มคำถามว่า “นักเรียนได้คิดอะไร เรียนรู้อะไร และฉันมีหลักฐานอะไรที่ยืนยันเรื่องนั้น?”
เพราะเมื่อครูเริ่มมองเห็นการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนาการสอนก็จะไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวครู แต่สามารถนำไปสู่การพัฒนาการคิดและการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างแท้จริง
อ้างอิง
ชาตรี ฝ่ายคาตา, ธาฤชร ประสพลาภ, อนุพงศ์ ไพรศรี, เขมวดี พงศานนท์, นิอร ภูรัตน์ และกุลธิดา สะอาด. (2566). การพัฒนาชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพที่ส่งเสริมสมรรถนะของครูวิทยาศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้ในเนื้อหาเฉพาะที่เน้นการคิดขั้นสูง. วารสารวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา, 6(1), 63–73.
DOI: 10.14456/jsse.2023.7

